ถ้าหากคุณมีวันหยุดยาวสามวัน 
คุณวางแผนอะไรบ้าง แล้วมีอะไรที่คุณลงมือทำจริงๆ บ้าง 
 
คิดมานานแล้วค่ะ ว่าอยากไปเที่ยวรอบๆ กรุงรัตนโกสินทร์แบบที่ฝรั่งเขาเที่ยวกัน แต่เนื่องจากหยุดทีไร ไม่เคยได้ไปไหน เพราะสุดท้ายแล้วจะจมจ่อมอยู่กับการเปิดดู Facebook และกด refresh ไปเรื่อยๆ 
 
เป็นชีวิตที่น่าเศร้าเสียนี่กระไร 
 
คราวนี้เลยตั้งปณิธานไว้กับตัวเองว่า วันนี้ฉันจะไม่แตะคอมพิวเตอร์ แต่ฉันจะออกไปข้างนอก 
 
ที่แรก วัดระฆัง 
ตลาดขายนกและปลาสำหรับปล่อยที่ลานหลังวัดระฆัง
 
ไหว้พระก่อน แล้วอาจจะอยากไปยืนเล่นริมน้ำตากลมให้ผมปลิวกันก็เอา (ส่วนตัว ไม่ค่อยเชื่อการซื้อนกปลามาปล่อยค่ะ) อาจจะเดินเข้าไปดูบรรยากาศในภัทราวดี เธียเตอร์เล่นๆ ก็ได้ เพลินดี 
 
ที่ที่สอง ก๋วยเตี๋ยวลุง 
 
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก หมูสะเต๊ะ และแคบหมูถุงจิ๋ว
 
ร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่เลยวัดระฆังมาอีกราว 2 กม. ฝั่งตรงข้าม เห็นคนเยอะๆ ล่ะก็ เข้าไปเลยค่ะ
เจดีย์ วัดอรุณ
 
ไต่บันไดชันขึ้นไปดูวิวกรุงเทพฯ กันค่ะ 
แล้วจะลงมานั่งกินกาแฟเล่นๆ ดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาต่อก็ไม่ว่ากัน 
 
ระหว่างนั่งกินกาแฟ ก็ไม่วาย เห็นน้องผู้ชายโต๊ะถัดไป นั่งเล่น notebook อยู่ และหน้าที่เปิดไม่ใช่อะไร นอกไปจาก Facebook  ค่ะ 
 
เสียดายที่เขาไม่ได้สัมผัสลม และวิวทิวทัศน์รอบๆ ตัวในขณะนั้น เสียดายที่ social network มาแทนโลกแห่งความจริง 
 
ถ้าคุณไม่มีเวลา ลองหยุดเล่น Facebook และหันมาทำอย่างอื่นดูนะคะ เวลาเหล่านั้นน่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้คิด อยู่กับตัวเองบ้าง อยู่กับเพื่อนร่วมโลกที่เดินอยู่ข้างๆ เราบ้าง รู้สึกถึงลมหายใจของตัวเองบ้าง 
 
ใน Holstee Manifesto เขาบอกว่า ถ้าคุณไม่มีเวลา ลองหยุดดู TV ดูสิ คุณจะมีเวลาเพิ่มขึ้น 
ในยุคนี้ อาจต้องเปลี่ยนว่า ถ้าคุณไม่มีเวลา ให้หยุดเล่น Facebook ดูบ้าง โลกนี้ยังมีอะไรให้เราทำอีกเยอะ 
อาจจะพูดถึงเรื่องที่ตกเทรน (ที่ไม่ได้แปลว่ารถไฟ) ไปนานแล้ว 
แต่เมื่อวานไปร้านอาหารแถวๆ บ้าน แล้วก็อดตะหงิดใจไม่ได้ 
 
คือมีร้านอาหารร้านนึง ทำ promotion campaign เพื่อไว้อาลัย Steve Jobs 
คือ ถ้าคุณเป็นร้าน Apple คงไม่ว่า คงไม่รู้สึกอะไร 
แต่อันนี้ดูเป็นร้านคนไทย และดูเกี่ยวข้องกับ Steve Jobs น้อยที่สุด 
ถ้าเป็นข้อสอบ ขอกา งองู ไม่เกี่ยวข้องเลยสักข้อ 
 
Steve Jobs น่าเสียดาย อันนั้นไม่เถียง แต่ต้องตามกระสขนาดนั้นไหม คุณรู้สึก "อิน" กับการที่เขาจากไปขนาดนั้นเลยเหรอ สมมติว่า รถของเพื่อนบ้านหายไป คุณจะมานั่งไว้อาลัยอย่างนี้ไหม ตลกหน่า
 
เรื่องของเรื่องคือ หงุดหงิดกับกระแสแล้วก็หงุดหงิดกับคนที่วิ่งตามอยู่ โดยที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ แค่ไหน 
 
แปลกใจ แล้วก็สงสัยว่าเมื่อไหร่คนไทยจะหา identity ของตัวเองเจอ 
 
ขอไว้อาลัยให้กับสิ่งนี้ดีกว่า ในฐานะที่เป็นคนไทย และเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้โดยตรง 
ขอไว้อาลัยให้กับการวิ่งตามกระแสแบบไร้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ 
เศร้า

edit @ 11 Dec 2011 08:58:58 by Little Temtation

ไม่ได้จะตั้งชื่อ blog เพื่อความเก๋และแฝงปรัชญาแต่อย่างใด แต่ตั้งมาจากเรื่องจริง 
 
เนื่องจากวันนี้ ตั้งใจชวนเพื่อนสาวไปชิว ปั่นจักรยานสวยๆ กันในสวนรถไฟหลังเลิกงาน (ความจริงไม่อยากใส่คำว่าหลังเลิกงานลงไปเท่าไหร่ เพราะทำให้ดูสวยน้อยลง) เอาเป็นว่าสองสาวรุ่นกลาง (กลางในที่นี้คือ ทั้งอายุและน้ำหนัก ถ้าขึ้นชกมวยคงได้ชกรุ่น bantum weight หรือรุ่นกลางๆ อยากรู้ว่าหนักเท่าไหร่ เทียบตารางน้ำหนักได้จากวิกิ) ก็ตกลงปลงใจ พาใจชิวๆ ของเราไปปั่นจักรยานกันในยามโพล้เพล้ แสงส่องหน้าน้อยๆ เสริมความงามให้กับผู้หญิงมีระดับอย่างเรา
 
จอดรถจอดรากันเสร็จ ก็เช่าจักรยานร้านเอ้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านจักรยานเป็นอย่างดี
เราจะไม่ได้เลือกจักรยานเมื่อไปถึงร้านนี้ เพราะน้าเอ้จะกะความสูงของเราและเลือกจักรยานคันที่เหมาะกับความสั้นยาวของขามาให้เราเสร็จสรรพ
 
ขาสั้นระดับเราจะได้จักรยานคันสีชมพู น่ารักสมวัย
 
ขายาวระดับเพื่อนที่ไปด้วยกัน จะได้จักรยานแม่บ้านออกแนว vintage ปรับระดับเบาะลงต่ำสุด
 
ไม่รู้ผู้ชายที่สูงเท่าเราจะได้จักรยานคันชมพูจุ๊บุจุ๊บุแบบนี้หรือเปล่า 
 
สองสาวน่องทองคำออกปั่นจักรยาน นาทีแรกที่ปั่นเข้าไปในสวนรถไฟ เพื่อนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยก็ถามขึ้นว่า
 
เพื่อน... แกได้กลิ่นที่เรากำลังได้กลิ่นนี่อยู่ไหม
เรา ...​ เออ ทำไมเหรอ 
เพื่อน​ ... มันคือกลิ่นน้ำท่วม คือกูกลับบ้านไปกูก็ได้กลิ่นนี้เหมือนกัน 
เรา ...​ แม่ง กลิ่นอย่างกับนครปฐม 
เพื่อน ...​ทำไมวะ 
เรา ...​ กลิ่นเหมือนข้ีหมูอ่ะมึง แถวนครปฐมเลี้ยงหมูเยอะ ก็มีกลิ่นนี้เหมือนกัน ขี้หมู is in the air 
เพื่อน ... จริงดิ เออ แม่ง บ้านกูขึ้นไปชั้นสาม ยังได้กลิ่นนี้อยู่เลย 
 
ได้ฟังแล้วก็สงสารผู้ประสบอุทกภัยค่ะ และรู้สึกโชคดีขึ้นมาจับใจที่น้ำมาไม่ถึงบ้านเรา ขอให้ทุกคนสู้กันต่อไปนะคะ 
 
นอกเรื่อง แต่ก็อยากเล่าให้ฟังค่ะ ว่าที่สวนรถไฟก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ประสบภัย หญ้าตาย และเหม็นกลิ่นที่ว่านี้ไปทั่วเลยค่ะ เหมือนว่าวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาจะชวนผู้คนเข้าไปช่วยกันบูรณะสวน ไม่แน่ใจค่ะว่าเสาร์นี้จะมีอีกหรือเปล่า สมาชิกสวนรถไฟคนไหนว่าง ลองสืบข่าวดูนะคะ
 
กลับเข้าเรื่อง
 
ระหว่างที่ปั่นจักรยาน แมงหวี่ก็บินชนหน้าเราตลอดเวลา ยิ่งเข้าไปในที่มืด แมงหวี่ยิ่งเยอะ 
ถ้าใครนึกแมงหวี่ไม่ออก ให้นึกถึงแมลงตัวเล็กๆ ที่บินอย่างไม่รู้ทิศทางเวลาที่เราเดินผ่านกองขยะ 
แมลงอย่างนั้นนั่นแหละค่ะ บินอยู่ตลอดทางที่เราปั่นจักรยานกัน ชนหน้าเหมือนสายฝนปรอยๆ 
 
ตอนนี้เรามาถึงภาวะ กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง กลางสวนแล้ว แมลงบินชนหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน บางครั้งบินเข้าปากด้วยในเวลาที่เราอ้าปากคิดจะบ่น หุบปากเราได้ดียิ่งกว่าเวลาพระเอกในละครขู่นางเอกว่า 
 
"หยุดนะ ถ้าไม่หยุดผมจะจูบ" (อร๊าย พูดแล้วขนลุก)
 
อันนี้ไม่ต้องขู่ใดๆ บินเข้าปากแม่งเลย เงียบแน่นอน 
คล้ายระเบิดพลีชีพ เป็นแมงหวี่ตะวันออกกลาง
 
เราสองคนปั่นจักรยานกันท่ามกลางความเงียบ และปั่นด้วยความเร็วสูง แบบไม่ต้องนัดหมาย เพราะอยากออกจากฝูงแมงหวี่ 
 
สรุป เราใช้เวลาในสวนรถไฟกันไม่ถึง 15 นาทีค่ะ ก็เอาจักรยานมาคืนน้าเอ้แล้ว ได้แต่ทำตาปริบๆ ขอโทษเพื่อนว่า ขอโทษนะ ที่ชวนแกมา 
 
เราตกลงกันว่า อาจต้องเว้นช่วงการทำชิวในสวนรถไฟหลังเลิกงานไปสักเดือนหนึ่ง มิเช่นนั้น ก็คงต้องใส่หน้ากากปั่นจักรยานกันแน่แท้ทีเดียว 

หน้ากากที่เหมาะกับการปั่นจักรยานที่สวนรถไฟช่วงนี้ที่สุด (ภาพ crop จาก เว็บนี้ค่ะ)

edit @ 29 Nov 2011 22:57:56 by Little Temtation

Every normal day could be special

posted on 28 Nov 2011 21:07 by fringefang  in DailyLife
เรื่องเศร้าวันนี้คือ นึกเรื่องดีๆ ไม่ออก 
ได้แต่คิดว่าเรื่องที่ธรรมดาๆ ไม่ดี ไม่ร้าย อาจกลายเป็นเรื่องดีในอนาคตก็ได้ 
เช่น เพื่อนใหม่ที่เราเจอ 
คนใหม่ๆ ที่เราคุย อาจกลายเป็นเพื่อนรักเราไปตลอดชีวิต อะไรอย่างนี้ 
เรื่องดีๆ อาจเกิดขึ้นได้ในวันธรรมดาๆ 
 
 
Hello lovely stranger :)